• พลังที่ยิ่งใหญ่มาจาก
    การมีเป้าหมายร่วมกัน
    และลงมือทำอย่างจริงจัง
    Performance Management

Performance Management One Point Study


อะไรคือสิ่งที่จะทำให้เราเป็น Great Manager และความลับที่ทำให้เกิดทีมงานที่มีประสิทธิผล ตอนที่2



วันนี้เรามาดูว่า “อะไรคือความลับที่ทำให้เกิดทีมงานที่มีประสิทธิผล” ตามการศึกษาใน Project Aristotle กันต่อครับ ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดทีมงานที่มีประสิทธิผลมี 5ข้อเรียงตามลำดับความสำคัญดังนี้

1.Psychological Safety หรือความปลอดภัยในทางจิตวิทยา เป็นสิ่งที่เกี่ยวกับมุมมองของแต่ละคนที่มีต่อผลที่จะเกิดขึ้นตามมาสำหรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล หรือเชื่อว่าทีมจะปลอดภัยจากความเสี่ยงที่จะถูกมองว่า ไร้ความสามารถ โง่เขลาเบาปัญญา เป็นคนไร้ความรู้ ขาดความรู้ หรือถูกมองลบ มองว่าเป็นพวกก่อกวน ชอบสร้างปัญหา ทำให้ยุ่งเหยิงสับสน

ทีมที่มี Psychological Safety สูงนั้น สมาชิกทีมจะรู้สึกปลอดภัยหากต้องทำอะไรที่มีความเสี่ยงในการทำงานกับเพื่อนร่วมงาน พวกเขารู้สึกมั่นใจว่าจะไม่มีใครสร้างความกระอักกระอ่วนใจให้ใคร หรือลงโทษใครในการยอมรับถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หรือเมื่อมีการตั้งคำถาม รวมถึงการนำเสนอความคิดใหม่ ๆ

2.Dependability หรือความพึ่งพาเชื่อถือไว้วางใจได้ว่า รับปากแล้วทำแน่ ถ้าสั่งไปแล้วทำแน่ งานเสร็จแน่ เชื่อถือได้ว่าไม่บิดพริ้ว มีความรับผิดชอบดี บางคนอาจจะเข้าข่ายว่า ถ้ารับปากแล้วไม่ใช่แค่ทำงานให้เสร็จตามเวลาอย่างเดียว แต่ผลงานเป็นไปตามเป้าหมายและความคาดหวังแน่ทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพ (หลายท่านอาจบอกว่า พูดอย่างนี้ไม่เผื่อความผิดพลาดเลยหรือ แต่ในชีวิตจริง ผมพบว่าคนที่เราพึ่งพาเชื่อถือได้มีอยู่ไม่น้อยเลยครับ!)

3.Structure and clarity คือ โครงสร้างและความชัดเจน

ความเข้าใจของแต่ละคนที่มีต่อ 1)ความคาดหวังที่มีต่องาน 2)กระบวนการในการที่จะทำให้ความคาดหวังเกิดผลสำเร็จสมประสงค์ และ 3)ผลงานที่จะเกิดขึ้นจากการทำงาน นั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อประสิทธิผลของทีม เป้าหมายต้องถูกตั้งไว้อย่างชัดเจนทั้งในระดับของบุคคล และทีม เป้าหมายต้องมีความจำเพาะชัดเจน ท้าทาย และสามารถที่จะทำให้สำเร็จได้ OKRsเป็นแนวทางที่สามารถใช้ได้ในการตั้งและสื่อสารถึงเป้าหมายของบุคคลและทีม ทั้งในระยะสั้นและยาวได้

4.Meaning คุณค่าความหมายที่จะเกิดขึ้นจากงานที่ทำหรือผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อประสิทธิผลของทีม คุณค่าความหมายของงานที่ทำอาจแตกต่างไปตามแต่ละบุคคล เช่น ความมั่นคงด้านการเงิน การสนับสนุนช่วยเหลือดูแลค้ำจุนครอบครัว การช่วยทำให้ทีมประสบผลสำเร็จ หรือการที่ได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งตนเอง(Self-Expression) เป็นต้น

5.ผลกระทบ รู้ รับรู้ว่าผลของงานจะทำให้เกิดผลลัพธ์อะไรตามมาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากรู้ว่าสิ่งที่ทำสามารถส่งผลหรือช่วยทำให้เป้าหมายขององค์กรสำเร็จได้อย่างไร

นอกจากนั้นแล้วนักวิจัยยังค้นพบอีกด้วยว่า ตัวแปรตัวไหนที่ไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อประสิทธิผลของทีมที่ Google อาทิเช่น

การนั่งทำงานอยู่ใน Office เดียวกัน

การตัดสินใจที่ใช้เสียงเอกฉันท์เป็นหลัก

Extroversion ของสมาชิกทีม

Individual Performance ของ Team Members เป็นต้น

อย่างไรก็ตามสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นการศึกษาของGoogle ภายใน Google ซึ่งสิ่งที่Googleพบดังกล่าวนั้น อาจจะมีผลที่ต่างออกไปก็ได้สำหรับองค์กรอื่น

ผลการศึกษาและค้นพบจาก Project Aristotle ทำให้องค์กรทั่วโลกเกิดการตื่นตัวและให้ความสำคัญมากขึ้นกับประเด็นต่าง ๆที่พบโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของ Psychological Safety



ในปี 1990 Dr. William A. Kahn ซึ่งเป็น Professor of Organizational Behavior ที่ Boston University’s School of Management ได้ทำการเผยแพร่ผลงานเกี่ยวกับสภาวะเงื่อนไขทางจิตวิทยาที่จะนำไปสู่ Engagement และ Disengagement ในการทำงาน โดยบทความของเขาได้ให้นิยามคำว่า Psychological Safety ดังนี้ “The shared belief that the team is safe for interpersonal risk-taking and that members have the ability to show and employ one’s self without fear of negative consequences of self-image, status, or career.”

Dr. William A. Kahn ยังได้อธิบายเพิ่มเติมว่าในทีมที่มีความปลอดภัยทางจิตวิทยานั้นสมาชิกทีมจะรู้สึกถึงการได้รับการยอมรับและได้รับความเคารพจากผู้อื่น ผลงานวิจัยของเขาและผลงานวิจัยอื่น ๆได้แสดงให้เห็นว่าสมาชิกทีมอยากที่จะ Share ความคิดใหม่ ๆในการปรับปรุงผลลัพธ์แต่ก็มักจะกลัวที่จะพูด เพราะกลัวว่าจะถูกผู้อื่นตัดสินอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามในทีมที่มีความปลอดภัยทางจิตวิทยา สมาชิกจะไม่ Focus ไปที่ผลลบจากการ Share ความคิดใหม่ ๆ แต่พวกเขาจะ Share ความคิด และความเห็นอย่างอิสระ และมีแรงจูงใจที่จะปรับปรุงทีมหรือองค์กรของตนเอง

ผลงานวิจัยของ Dr. William A. Kahn ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ได้กลายเป็นตัวเร่งกระตุ้นให้มีการศึกษาที่มากขึ้นในเวลาต่อมา นักวิทยาศาสตร์ซึ่งมีผลงานและชื่อเสียงในด้านนี้มากสุดในเวลาต่อมาคือ Dr. Amy Edmonson, ซึ่งเป็น Novartis Professor of Leadership and Management ที่ Harvard Business School.

Dr. Amy Edmonsonให้คำนิยาม Psychological Safetyว่า “The shared belief amongst individuals as to whether it is safe to engage in interpersonal risk-taking in the workplace.” หลังจากที่ได้ทำการศึกษาทีมงานจำนวน 51 ทีมในบริษัททางด้านการผลิตแห่งหนึ่ง พบว่าPsychological Safetyมีความเชื่อมโยงอย่างมากต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ความปลอดภัยและการให้การสนับสนุนทำให้สมาชิกทีมกล้าที่ยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น พร้อมกันนั้นก็เป็นการเสริมสร้างให้มีความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

หลังจากที่มีการเผยแพร่ผลงานการศึกษาวิจัยของ Project Aristotle ก็ทำให้เรามองเห็นความสำคัญของ Psychological Safety มากขึ้น ซึ่งผมจะเขียนอธิบายเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวกับPsychological Safety ใน Post อื่น ๆต่อไปครับ

ที่มาและอ้างอิง:

1.บทความ Great managers still matter: the evolution of Google’s Project Oxygen โดย MELISSA HARRELL AND LAUREN BARBATO, GOOGLE

2.Guide: Understand team effectiveness จาก re:Work ของ Google

3.Is Your Team Psychologically Safe? By Erin C. Landis Vice President, Publications American Gastroenterological Association

4.Psychological Safety and Learning Behavior in Work Teams , by Amy Edmondson Harvard University





เขียนโดย Sakchai T. 19 สิงหาคม 2566