• พลังที่ยิ่งใหญ่มาจาก
    การมีเป้าหมายร่วมกัน
    และลงมือทำอย่างจริงจัง
    Performance Management

Performance Management One Point Study


ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์มีส่วนสร้างแรงจูงใจอย่างไร (ตอนที่3)



ใน Blog นี้เรามาดูรายละเอียดส่วนสุดท้ายของ Basic Human Needs ตาม A Theory of Human Motivation โดย Maslow กันต่อครับ

5.The need for self-actualization

Maslow กล่าวไว้ในบทความ A Theory of Human Motivationดังนี้

คำว่า Self-actualization ถูกใช้เป็นครั้งแรกโดย Kurt Goldstein สำหรับคำนี้ในแง่ของทฤษฎีแรงจูงใจของมนุษย์แล่วอาจจะมีความหมายที่จำเพาะและมีขอบเขตจำกัดมากกว่า โดยหมายถึงความปรารถนาที่จะมี self-fulfillment หรือการเสริมความสมบูรณ์แห่งตน เป็นการทำให้สำเร็จ หรือเกิดขึ้นได้จริงตามศักยภาพที่ตนมีอยู่ แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นคือ เราจะพยายามเป็นตัวตนของเราให้มากยิ่ง ๆขึ้น เป็นทุกอย่างที่เราสามารถจะเป็นได้

...

This term, first coined by Kurt Goldstein, is being used in this paper in a much more specific and limited fashion. It refers to the de- sire for self-fulfillment, namely, to the tendency for him to become actualized in what he is potentially. This tendency might be phrased as the desire to become more and more what one is, to become everything that one is capable of becoming.

...

รูปแบบ รายละเอียดของความต้องการนี้จะแตกต่างไปอย่างมากขึ้นอยู่กับคนแต่ละคน บางคนอาจจะต้องการเป็นคุณแม่ในอุดมคติ บางคนก็อาจจะไปทางด้านของกีฬา บางคนก็จะไปทางด้านของการวาดรูป หรือบางคนก็จะไปทางด้านของนักประดิษฐ์ สิ่งนี้มักจะเป็นความสามารถที่แต่ละคนมีอยู่ในตนเองโดยที่อาจไม่ต้องมีใครไปกระตุ้นด้วยซ้ำไป

การเกิดขึ้นอย่างชัดเจนของความต้องการดังกล่าวนี้อยู่บนพื้นฐานที่ว่าเราได้บรรลุถึงความต้องการก่อนหน้านี้แล้วคือ ความต้องการด้านกายภาพ ความต้องการความปลอดภัย ความต้องการความรัก และ ความต้องการด้านการเคารพยกย่อง เราอาจเรียกบุคคลที่บรรลุถึงความต้องการต่าง ๆเหล่านี้ว่า “Basically Satisfied People” และก็จะเป็นพื้นฐานวิ่งไปสู่พลังหรือความสามารถสูงสุดในการสร้างสรรค์พัฒนา

ความต้องการ 4 ลำดับแรก(Physiological Needs, Safety Needs, Love Needs, Esteem Needs) เราอาจถือได้ว่าเป็น Deficiency Needs (D-needs) ส่วนตัวบนสุดคือThe need for self-actualization ถือได้ว่าเป็น Growth or Being Needs (B-needs)

Deficiency Needs เกิดขึ้นจากความขาดแคลน และกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่สร้างแรงจูงใจให้กับคนจนกว่าความต้องการนนั้น ๆจะถูกบรรลุ แรงจูงใจในการที่จะบรรลุถึงความต้องการเหล่านี้อาจจะแรงขึ้นหรือมากยิ่ง ๆขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปนานยิ่งขึ้น เช่นยิ่งรออาหารนานคนก็ยิ่งหิว แรงจูงใจที่จะต้องได้อาหารก็จะแรงยิ่ง ๆขึ้น แต่ถ้าหากว่าความต้องการเหล่านี้บรรลุแล้ว ระดับความแรงของการจูงใจจากความต้องการเหล่านี้ก็จะลดลงไป

ส่วน Growth needs ไม่ได้มาจากความขาดแคลน แต่มาจากความปรารถนาที่จะเติบโตในฐานะของคนคนหนึ่ง เป็นความต้องการที่จะทำอะไรบางอย่างที่ตนเองชอบหรือตั้งใจไว้อย่างเต็มศักยภาพที่มี และถ้าทำไปสู่จุดสูงสุดก็จะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า Self-actualization เราทุกคนมักจะมีความปรารถนาที่จะวิ่งขึ้นไปยังจุดสูงสุดที่เรียกว่าSelf-actualizationนี้ แต่ก็มักจะต้องสะดุดหยุดชะงักไปเนื่องจากความล้มเหลวในการบรรลุถึงความต้องการก่อนหน้า ประสบการณ์ชีวิตหลายอย่างรวมถึงการหย่าร้าง หรือตกงาน สูญเสียงานไปอาจจะทำให้เราตกร่อง วิ่งไปมาระหว่างลำดับชั้นของความต้องการโดยไม่สามารถวิ่งไปต่อจนถึงจุดสูงสุดได้

ในหัวข้อ “The degree of fixity of the hierarchy of basic needs” Maslowได้กล่าวอธิบายไว้ว่า แม้ว่าโดยพื้นฐานแล้ว ความต้องการต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อความต้องการก่อนหน้าที่มีความแรงมากกว่าได้บรรลุแล้ว โดยไล่จากฐานปิระมิดไปยังยอดปิระมิด แต่ในความเป็นจริงแล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเคร่งครัด หรือไล่จากล่างขึ้นบนแบบเป๊ะ ๆเคร่งครัดเสมอไป จากการศึกษาแม้จะพบว่าคนส่วนใหญ่จะมีความต้องการที่ไล่เรียงตามลำดับขั้น แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่หลายอย่างเช่น

1.สำหรับบางคนแล้ว Self Esteem กลับมีความสำคัญมากกว่าความรัก การสลับกันของลำดับในกรณีนี้มักจะสืบเนื่องจากความคิดที่ว่า คนที่มักจะถูกรักได้แก่คนที่แข็งแรงหรือมีอำนาจ เป็นคนที่ดลบันดาลให้คนอื่นเคารพหรือกลัวได้ เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองหรือก้าวร้าว

2.คนบางคนอาจจะเป็นคนที่ชอบการสร้างสรรค์โดยกำเนิด ความต้องการในการสร้างสรรค์อาจเป็นความต้องการที่อยู่เหนือความต้องการอื่น ๆ เขาเหล่านั้นจะวิ่งไปสู่ Self-actualization แม้ว่าจะยังไม่บรรลุในความต้องการพื้นฐาน(Basic Needs)อีกหลายอย่างก็ตาม

3.สำหรับบางคน ความทะเยอทะยานเป็นสิ่งที่ได้ตายจากชีวิตเขาไปแล้วอย่างถาวร หรือมีแต่ก็ต่ำลง ชีวิตของเขาเหล่านี้อาจจะจมอยู่กับความต้องการพื้นฐานที่อยู่ในลำดับแรก ๆ โดยความต้องการในลำดับที่อยู่ถัดขึ้นไปอาจจะสูญหายไป หรือสาบสูญไปตลอดกาล เช่น คนที่ประสบปัญหาการว่างงานอย่างเรื้อรัง ก็อาจจะมองชีวิตแค่ทำอย่างไรจึงจะมีกินเป็นหลักเท่านั้น เป็นต้น

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับทฤษฎีแรงจูงใจของมนุษย์ของ Maslow ซึ่งยังเป็นทฤษฎีที่มีพลังและอธิบายว่า อะไรคือสิ่งที่จูงใจให้มนุษย์เราทำในสิ่งที่ทำอยู่ อะไรคือสิ่งที่จูงใจให้มนุษย์เรามีพฤติกรรมแต่ละอย่าง

นอกจากนั้นแล้วในหนังสือ Motivation and Personality ยังได้มีการกล่าวถึง Positive Psychology ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่ได้มีการศึกษาที่แพร่หลายมากนักในช่วงเวลานั้น แต่ก็ได้กลายเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการบุกเบิกเข้าสู่แนวคิดของ Positive Psychology ในปัจจุบัน

...

I believe also, on the positive side, that this great frontier of research is our most likely source of knowledge of the values intrinsic to human nature. ...."Toward a Positive Psychology"; what was 98 percent true in 1954 is only two-thirds true today. A positive psychology is at least available today though not very widely. ....Of course the most pertinent and obvious choice of subject for a positive psychology is the study of psychological health...But a positive psychology also calls for more study of the good man, of the secure and of the confident, of the democratic character, of the happy man, of the serene, the calm, the peaceful, the compassionate, the generous, the kind; of the creator, of the saint, of the hero, of the strong man, of the genius, and of other good specimens of humanity.

….



ที่มาและอ้างอิง:

1.A Theory of Human Motivation (1954) by Abraham H. Maslow

2.Motivation and Personality (1970) by Abraham H. Maslow, Reprinted from the English Edition by Harper & Row, Publishers 1954

...I have tried in this revision to incorporate the main lessons of the last sixteen years. These lessons have been considerable. I consider it a real and extensive revision-even though I had to do only a moderate amount of rewriting …

3.Maslow's Hierarchy of Needs By Dr. Saul McLeod





เขียนโดย Sakchai T. 15 สิงหาคม 2566