Performance Management One Point Study
ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์มีส่วนสร้างแรงจูงใจอย่างไร (ตอนที่1)
Maslow’s Hierarchy of Needs เป็นแนวคิดทางจิตวิทยาที่นำเสนอในปี 1943 โดย Abraham Maslow (April 1, 1908 – June 8, 1970) ในงานเขียนของเขาชื่อ “A Theory of Human Motivation” ในวารสาร Psychological Review ทฤษฎีดังกล่าวนำเสนอปิระมิดความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ โดยแบ่งออกเป็น 5 ขั้นด้วยกัน โดยเริ่มจากฐานปิระมิดไล่ขึ้นไปถึงยอดปิระมิดดังนี้ 1)Physiological Need 2)Safety Needs 3)Love Needs 4)Esteem Needs และ 5)The need for Self-Actualization
ทฤษฎีแรงจูงใจของมนุษย์จัดลำดับความต้องการของมนุษย์ตามความแรง(Potency) หรือความสำคัญของแต่ละความต้องการ โดยปกติแล้วการปรากฏขึ้นของความต้องการชนิดหนึ่งมักจะเกิดขึ้นหลังจากความต้องการที่มีความแรงกว่าก่อนหน้านี้ได้บรรลุผลแล้ว ทฤษฎีดังกล่าวนี้เป็นความพยายามที่จะสร้างทฤษฎีจูงใจในทางบวก โดย Maslow เอง มีความสนใจเป็นอย่างมากว่าอะไรคือสิ่งที่จะทำให้คนเรามีความสุข
…
“A theory of Human Motivation”: Human needs arrange themselves in hierarchies of pre-potency. That is to say, the appearance of one need usually rests on the prior satisfaction of another, more pre-potent need....Also no need or drive can be treated as if it were isolated or discrete; every drive is related to the state of satisfaction or dissatisfaction of other drives.
....The present paper is an attempt to formulate a positive theory of motivation.
APA(American Psychological Association) Dictionary of Psychology ให้คำนิยามของ Pre-potency ดังนี้
Prepotency :the quality or state of possessing greater power, influence, or force
Prepotent response: a response that takes priority over other potential responses
…
Maslow กล่าวว่า มนุษย์เราเป็น “Wanting Animal” และแทบไม่เคยจะไปถึงจุดที่เรียกว่า “A State of Complete Satisfaction” คือพึงพอใจอย่างสมบูรณ์ยกเว้นแต่ว่าอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะในเวลาสั้น ๆ เมื่อบรรลุในความปรารถนาสิ่งหนึ่งแล้ว ความปรารถนาอีกอย่างก็จะผุดขึ้นมา มนุษย์จึงมีลักษณะสมบัติที่มีความต้องการอะไรบางอย่างอยู่เสมอในตลอดช่วงชั่วชีวิตของตนเอง ความต้องการแต่ละอย่างของมนุษย์มักมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน การที่เราต้องการอะไรบางอย่างแปลว่า เราได้บรรลุถึงความต้องการอะไรบางอย่างมาก่อนแล้ว เช่นเราคงไม่มีอารมณ์สุนทรีย์ปลูกต้นไม้ ชมดอกไม้ ถ้าหากเราหิวข้าวไม่มีอะไรกิน หรือหิวน้ำไม่มีน้ำดื่ม หรืออยู่ในภาวะถูกคุมคามจากหายนะอะไรบางอย่าง หรืออยู่ในภาวะที่ทุกคนกำลังเกลียดเรา ดังนั้นความต้องการแต่ละอย่างจึงมีความแรงไม่เท่ากัน และมีโอกาสเกิดขึ้นไม่เท่ากัน ทั้งนี้โอกาสที่จะเกิดความต้องการอย่างหนึ่งมาจากพื้นฐานที่ว่าเราได้บรรลุในความต้องการอย่างอื่นแล้ว
…
(“MOTIVATION AND PERSONALITY” Page 25 :Proper respect has never been paid by the constructors of motivation theories to either of these facts: first, that the human being is never satisfied except in a relative or one-step-along-the-path fashion, and second, that wants seem to arrange themselves in some sort of hierarchy of prepotency…..the probability of anyone desire emerging into consciousness depends on the state of satisfaction or dissatisfaction of other prepotent desires.)
…
ความต้องการของมนุษย์ไม่ได้เรียบง่าย และเราไม่สามารถมองความต้องการแต่ละอย่างแบบแยกส่วนกันแล้วก็นำมารวมกันแบบคณิตศาสตร์ ภาพที่แท้จริงของความต้องการของมนุษย์ไม่ใช่รูปแบบของท่อนไม้ที่นำมาเรียงกันให้เห็นอย่างเรียบง่าย แต่เปรียบเหมือนกล่องที่ภายในกล่องยังมีกล่องอีกสามกล่องบรรจุอยู่ และในแต่ละกล่องของสามกล่องนี้ยังมีกล่องย่อยบรรจุอยู่สิบกล่อง หรือกล่องย่อยสิบกล่องแต่ละกล่องก็ยังมีกล่องซ่อนอยู่ไปเรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามารถมองลึกลงไปได้มากน้อยขนาดไหน ด้วยแนวคิดนี้ Maslow จึงไม่ได้ใช้แนวคิดของการ List รายการ (หรือ Cataloguing List) แต่ทำในรูปของการจัดกลุ่มความต้องการออกมาเป็น 5กลุ่มดังนี้
1.Physiological Needs หรือความต้องการทางกายภาพ
เป็นความต้องการพื้นฐานเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ซึ่งไม่เพียงแต่จะครอบคลุมถึงสิ่งที่จำเป็นต่อการรักษาสมดุล (Homeostasis-ภาวะธำรงดุล)เท่านั้น [ Cannon ได้นิยามไว้ว่า Homeostasisเป็นกระบวนการที่ช่วยรักษาสมดุลย์ในด้านต่าง ๆคือ (1) ปริมาณน้ำในเลือด (2) ปริมาณเกลือ (3) ปริมาณน้ำตาล (4) ปริมาณโปรตีน (5) ปริมาณไขมัน (6) ปริมาณแคลเซียม (7) ปริมาณOxygen (😎 ระดับ Hydrogen-ionที่คงที่ (สมดุลย์ กรด-ด่าง) และ (9) อุณหภูมิที่คงที่ของเลือด นอกจากนั้นแล้วจะเห็นได้ว่า Homeostasis ยังสามารถครอบคลุมขยายไปถึงสิ่งอื่น ๆอีกหลายอย่างอาทิเช่น เกลือแร่ ฮอร์โมน วิตะมิน เป็นต้น] ความต้องการทางกายภาพยังครอบคลุมถึงเรื่องอื่น ๆเช่น Sexual desire, Sleepiness, Sheer activity and Maternal behavior อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วความพึงพอใจทางประสาทสัมผัสเช่น กลิ่น รสชาติ การลูบ จั๊กจี้ ก็ดูเหมือนเป็นปัจจัยทางกายภาพที่มีส่วนจูงใจต่อพฤติกรรมของคนเราเช่นกัน
นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น ความต้องการทางกายภาพก็ยังครอบคลุมถึงปัจจัยอื่นเพิ่มเติมคือ ที่อยู่อาศัย และเครื่องนุ่งห่ม
2.Safety Needs หรือความต้องการด้านความปลอดภัย
เราอาจจะกล่าวได้ว่ามนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีกลไกแห่งการแสวงหาความปลอดภัย (Safety-Seeking Mechanism) ไม่เฉพาะแต่ความปลอดภัยในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงอนาคตอีกด้วย ความปลอดภัยไม่ได้มีเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับชีวิตจิตใจเท่านั้น ยังมีความปลอดภัยอื่น ๆที่เกี่ยวข้องอีกเช่น ทางด้านเศรษฐกิจการเงิน สถานะทางสังคม ภัยคุกคามจากการตกงานหรือต้องออกจากงาน เป็นต้น
สิ่งที่ไม่น่าไว้วางใจ สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นทางด้านการถูกคุกคามด้วยการกระทำ วาจา หรือความคิด รวมทั้งสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย หรือแม้แต่สิ่งที่ดูแล้วรู้สึกว่าไม่แน่นอน พยากรณ์คาดเดาไม่ได้ ล้วนแล้วแต่ทำให้เราเกิดความวิตก กังวล กลัว ทำให้เราต้องระวังและต้องหาวิธีที่จะนำไปสู่ความปลอดภัย(Safety) ความมีเสถียรภาพ(Stability) และความมั่นคง(Security) ให้ได้
อย่างไรก็ตามถ้าเราอยู่ในสภาวะที่กินอิ่มนอนหลับ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เราก็อาจจะไม่ได้นึกถึง Safety Need ดังกล่าวนี้ แต่ถ้าเราเผชิญกับเหตุร้าย ภัยคุกคามหรืออันตราย หายนะที่อาจเกิดแบบฉับพลัน หรือเกิดมาอย่างเรื้อรังก็ตาม เราจะหยิบยกความต้องการด้านความปลอดภัยนี้ขึ้นมาเป็นเรื่องหลักทันที (แม้จะอิ่มน้อย กินน้อย พักผ่อนน้อย นอนน้อย สุขน้อยลง สบายน้อยลงก็ตาม ถ้ามีภัยคุกคามหรืออันตรายก็ต้องแก้ไขก่อน)
ในผู้ป่วยที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ(OCD - Obsessive Compulsive Disorder) ส่วนหนึ่งจะพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับ Safety Need นี้โดยตรง ผู้ที่เป็น OCDจะพยายามที่จะจัดการให้ทุกอย่างมีความปลอดภัย เป็นระเบียบแน่นอน ไม่มีอันตรายอะไรก็แล้วแต่ที่เป็น Unmanageable, Unexpected หรือ Unfamiliar เกิดขึ้น ในบทความStress situations of daily living in patients with obsessive-compulsive disorder: a retrospective case note study กล่าวถึงผลการศึกษาคนไข้ OCD 101คน(ชาย47คน หญิง54คน อายุอยู่ในช่วง18~55ปี) พบว่ามีคนไข้ 45 คนมีความเครียดและปัญหาเกี่ยวกับBasic Need ทางด้านของความปลอดภัย (เป็นลำดับสาม รองจากLove Needs และ Esteem Needs) สำหรับกลุ่มที่เป็น Poor Functioning Group โดยประวัติแล้วจะพบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับ Safety Needs เป็นหลัก(70.88%)
ในแง่ของการทำงานเราจึงเห็นได้ว่า ทำไมความปลอดภัยทางด้านจิตวิทยา (Psychological Safety) จึงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถ้าเรารู้สึกไม่ปลอดภัย เราก็อาจจะไม่กล้าคิด ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำ เพราะถ้าทำไปก็อาจจะเกิดความเสี่ยงกับตนเองขึ้นมาได้นั่นเอง หรือในกระบวนการปฏิบัติงานต่าง ๆหากมีอันตรายแฝงอยู่ก็ย่อมจะทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก และส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อพนักงาน หน่วยงาน องค์กร หรือลูกค้าได้ในที่สุด
ดังนั้น Safety Needs จึงเป็นความต้องการพื้นฐานที่ไม่อาจมองข้ามไปได้เลยครับ
ที่มาและอ้างอิง:
1.A Theory of Human Motivation (1954) by Abraham H. Maslow
2.Motivation and Personality (1970) by Abraham H. Maslow, Reprinted from the English Edition by Harper & Row, Publishers 1954
...I have tried in this revision to incorporate the main lessons of the last sixteen years. These lessons have been considerable. I consider it a real and extensive revision-even though I had to do only a moderate amount of rewriting ...
3.บทความ Stress situations of daily living in patients with obsessive-compulsive disorder: a retrospective case note study โดย Shin Tarumi 1, Nobutada Tashiiro, The National Center for Biotechnology Information
เขียนโดย Sakchai T. 12 สิงหาคม 2566