• พลังที่ยิ่งใหญ่มาจาก
    การมีเป้าหมายร่วมกัน
    และลงมือทำอย่างจริงจัง
    Performance Management

Performance Management One Point Study


Appreciative Inquiry (ตอนที่4)





วันนี้มาดูหลักการส่วนที่เหลือต่อนะครับ

หลักการข้อที่ 5 The Positive Principle

คำถามบวก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นบวก ในชีวิตประจำวันของเรามีเหตุการณ์ต่าง ๆเกิดขึ้นมากมาย เราอาจจะมีงานยุ่ง หรือจมอยู่กับงาน ปัญหา เรื่องที่ต้องคิด ทำ แก้ไข จนกระทั่งเราคุ้นเคย และอ่อนไหว ฉับไวกับการมองในสิ่งที่เป็นปัญหาก่อน การมองแบบนี้ไม่ถือว่าแย่นะครับ เพราะการอยู่รอด และก้าวข้ามปัญหา อุปสรรค เป็นพื้นฐานโดยปกติของมนุษย์

เวลาผ่านไปเราอาจเริ่มคุ้นเคยกับการมองเหรียญแค่ด้านเดียว ในด้านที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อเรา อาจทำให้เรารู้สึกเหนื่อยท้อ เบื่อหน่าย หมดกำลังใจ ดูไปดูมา ชีวิตมีแต่ด้านลบ องค์กรมีแต่ปัญหา ลูกน้องไม่เก่งผลงานไม่ได้เป้า แต่สิ่งเหล่านี้เป็นความจริงทั้งหมดหรือไม่ หากเราพลิกกลับมาดูที่เหรียญอีกด้าน เราจะพบว่า ความจริงแล้ว เรื่องดี ส่วนดี ก็มีมากมาย อยู่ที่เราจะมองหรือไม่

การได้รับผลกระทบเชิงลบ ทำให้เราอยู่กับเรื่องลบ ๆ (หรือ รบ ๆ) ก็ไม่ได้หมายถึงว่าเราเป็นคนที่มองโลกในแง่ลบ(Pessimistic)เสมอไป แต่ถ้ามีแต่เรื่องลบ แล้วเราก็เป็นคนมองโลกในแง่ลบ แบบนี้ก็จะเหนื่อยหน่อยครับทั้งต่อตัวเราเอง และคนรอบข้าง

การพัฒนาให้ตนเองมีการคิดที่เป็นบวก(Positive Thinking) ทำได้หลายวิธีครับ วิธีหนึ่งที่ทำได้ง่ายคือ การฝึกขอบคุณ การแสดงความขอบคุณ หรือ Gratitude เป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่ฝึกให้เราเริ่มมอง ค้นหา สิ่งที่เป็นบวกรอบ ๆ ตัวเรา ใหม่ ๆอาจจะยาก แต่ถ้าทำบ่อย ๆเราก็จะเริ่มเห็นว่าง่ายขึ้น จุดที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการแสดงความขอบคุณควรแสดงออกมาด้วยการพูดออกมา หรือกระทำอะไรบางอย่างออกมา สิ่งที่พูดและทำจะส่งผลทำให้เราเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง

ในแง่ของจิตวิทยาเชิงบวก(Positive Psychology) แนะนำว่าถ้าเป็นไปได้เราควรเขียนบันทึกการแสดงความขอบคุณออกมาอย่างเป็นรูปธรรม หรือเรียกว่า Gratitude Journal ลองเขียนดูนะครับ เขียนอย่างต่อเนื่อง เราจะพบว่าการแสดงความขอบคุณดังกล่าวนี้มีประโยชน์มากมาย อาทิเช่น ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น เข้าใจคนอื่นมากขึ้น ให้คนอื่นมากขึ้น(Give More) ให้อภัยคนได้มากขึ้น ละอัตตาตัวตนได้มากขึ้น

ในบทความ The Neuroscience of Gratitude ของ Wharton Health Care Management Alumni Association กล่าวไว้ว่า การแสดงความขอบคุณในสิ่งที่ดี ๆที่มีต่อชีวิต หรือการแสดงความขอบคุณต่อใครบางคนในที่ทำงาน ทำให้สมองของเราหลั่งสาร Dopamine ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เรารู้สึกดีออกมา สารนี้ทำให้เรารู้สึกดี ทำให้เรามีอารมณ์ที่เป็นบวก ส่งเสริมให้เกิดความเป็นมิตร แล้วทำให้เราเข้าสังคมได้ดีขึ้น

นอกจากนั้นแล้ว ขณะที่เรานั่งคิดทบทวน ย้อนคิดย้อนพิจารณา หรือเขียนสิ่งที่เป็นบวกออกมาไม่ว่าจะเป็นด้านที่เกี่ยวกับชีวิตเรา หรือการงาน สมองเราจะหลั่งสารที่เรียกว่า Serotonin ออกมา (เปรียบเสมือนดื่ม Serotonin ไปหนึ่งอึก) ทำให้เรามีอารมณ์ดีขึ้น กำลังใจดีขึ้น เกิดแรงจูงใจที่มากขึ้น



ใน Clubhouse จะมีห้องที่ให้เราสามารถเข้าไปฝึก เรียนรู้การแสดงความขอบคุณได้ทุกวัน หรือในห้องของต่างประเทศก็มีห้องที่แสดง Gratitude อยู่ ใครสนใจลอง Search คำว่า Gratitude ใน Clubhouse โดยเลือก Tab ที่เขียนว่า “Club” แล้วเข้าไปเรียนรู้เพิ่มเติมกันได้ครับ

นอกจากหลักการพื้นฐาน 5 ข้อนี้แล้ว ก็ยังมีหลักการที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ The Wholeness Principle, The Enactment Principle และ The Free-Choice Principle ครับ

อ้างอิง

1.APPRECIATIVE INQUIRY Handbook by David L. Cooperrider, Ph.D.,Diana Whitney, Ph.D., and Jacqueline M. Stavros, EDM

2.Appreciative Inquiry: A Positive Revolution in Change,By David Cooperrider and Diana D. Whitney

3.The Power of Appreciative Inquiry: A Practical Guide to Positive Change,By Diana D. Whitney and Amanda Trosten-Bloom

4.บทความ The Neuroscience of Gratitude ของ Wharton Health Care Management Alumni Association





เขียนโดย Sakchai T. 8 สิงหาคม 2566