• พลังที่ยิ่งใหญ่มาจาก
    การมีเป้าหมายร่วมกัน
    และลงมือทำอย่างจริงจัง
    Performance Management

Performance Management One Point Study


Appreciative Inquiry (ตอนที่3)





Appreciative Inquiry มีหลักการพื้นฐานอยู่ 5 ข้อ เรามาดูหลักการข้อที่ 3 และ 4 กันต่อนะครับ

หลักการข้อที่ 3 The Poetic Principle

หลักการข้อนี้ชวนให้เรามองโลกเปรียบเหมือนดั่งบทกวี ที่เขียน สร้างรังสรรค์ขึ้นมาแล้วสามารถตีความ แปลความหมายไปได้อย่างหลากหลายและเปิดกว้าง ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นมักจะไม่ได้มีมุมมองแค่มุมเดียว เมื่อมองต่างมุมก็อาจจะเห็นสิ่งที่ต่างออกไป เป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้ ค้นพบได้อย่างหลากหลาย รายละเอียดที่เห็น ความใส่ใจที่มีล้วนแล้วแต่มีผลต่อการคิด การตัดสินใจของคนเรา

แต่ละคนสามารถที่จะมีมุมมองที่ต่างกันสำหรับความจริงที่เกิด แล้วก็สามารถที่จะเปลี่ยนมุมมอง หรือตีความได้ใหม่เมื่อค้นพบ มองเห็น รับรู้ความจริงใหม่ ๆ หรือเมื่อความคิดเราเปลี่ยนไป ด้วยเหตุการณ์และสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เราสามารถที่จะมองจากมุมใหม่ เขียนบทขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เกิดวิถีทางใหม่ ๆขึ้นมาได้ อะไรที่เราสนใจและบ่มฟูมฟัก ท้ายที่สุดก็จะค่อย ๆเติบโตขึ้นมา ดังนั้นแทนที่จะจมอยู่กับปัญหา วิธีการแบบเดิม ๆ (เช่นการที่มีแต่ความขัดแย้ง บรรยากาศการทำงานไม่กระฉับกระเฉง คนมีแต่ความกลัวและวิตกกังวล การทำงานไม่สำเร็จ ล้มเหลวอย่างเรื้อรัง…) ทำไมเราไม่ลองคิด พัฒนา แล้วช่วยกันเขียนบทใหม่ ภาคใหม่ออกมา

เราสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่เราจะศึกษาพัฒนา แล้วเขียนอนาคตใหม่ขึ้นมาได้ อะไรที่เราเลือก เรามักจะโฟกัสมากขึ้น สิ่งนั้นก็มีโอกาสเติบโต สำเร็จมากขึ้น

ผมได้ยกตัวอย่างบทกวีชื่อ Pretty Ugly ของ Abdullah Shoaib ขึ้นมาไว้ในรูป ลองอ่านจากบนลงล่าง แล้วเปลี่ยนการอ่านจากล่างขึ้นบน ท่านจะพบว่า มุมที่ต่างกัน มองโลกต่างกัน เป็นบทกวีที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก ๆจริง ๆครับ

(โปรดอย่าพลาดอ่านกวีบทนี้นะครับ!! มีฉบับแปลตามLink ด้านล่างด้วยครับ 🙂🙂🙂😄😄😄👍)



หลักการข้อที่ 4 The Anticipatory Principle

หลักการข้อนี้ให้แนวคิดว่า ภาพแห่งอนาคตจะช่วยชักนำ ชี้นำ บอกแนวทาง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับการคิดการกระทำในปัจจุบัน

เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าหากผู้เกี่ยวข้องมองเห็นภาพอนาคตแห่งความหวังและเป็นบวกอย่างชัดเจนร่วมกัน แล้วเกิด Buy-in หรือเกิดการยอมรับ ย่อมทำให้การเดินทางเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น เปรียบเสมือนเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง โดยทุกคนก็จะเกิดความเต็มใจ พร้อมที่จะร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ประสานใจในการทำให้อนาคตเป็นจริงได้ แม้ว่าจะยาก แต่ก็เห็นอนาคต เห็นผลที่จะได้รับ หรือในยามที่ยากลำบากการเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ย่อมทำให้คนมีความหวัง และมีกำลังใจ

อนาคตจะเป็นอย่างไร ใครควรจะเป็นคนออกแบบ เขียนภาพ

คำตอบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ เช่น ขึ้นอยู่กับรูปแบบการบริหาร ระดับ Maturity ขององค์กร ความพร้อมขององค์กร(Organizational Readiness) อำนาจอิทธิพลผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นต้น แนวทางที่ใช้อาจจะทำอย่างเป็นทางการ หรือไม่เป็นทางการ โดยใช้เครื่องมือต่าง ๆเช่นการระดมสมอง การใช้แบบสอบถาม การจัดให้มี Conversation / Dialogue หรือ Design Thinking เป็นต้น

ไว้พบกับหลักการข้อที่ 5 รวมถึงหลักการที่เพิ่มเติมมาภายหลังใน Post ต่อไปนะครับ

อ้างอิง

1.APPRECIATIVE INQUIRY Handbook by David L. Cooperrider, Ph.D.,Diana Whitney, Ph.D., and Jacqueline M. Stavros, EDM

2.Appreciative Inquiry: A Positive Revolution in Change,By David Cooperrider and Diana D. Whitney

3.The Power of Appreciative Inquiry: A Practical Guide to Positive Change,By Diana D. Whitney and Amanda Trosten-Bloom

4.อ่านคำแปลภาษาไทยของกลอน Pretty Ugly ได้ตาม Link ครับ





เขียนโดย Sakchai T. 7 สิงหาคม 2566