Performance Management One Point Study
Appreciative Inquiry (ตอนที่2)
Appreciative Inquiry มีหลักการพื้นฐานอยู่ 5 ข้อ Blog นี้เรามาดูหลักการ 2 ข้อแรกกันก่อนนะครับ
Appreciative Inquiry มีหลักการพื้นฐานอยู่ 5 ข้อ หลักการแรกคือ The Constructionist Principle เป็นหลักการที่จัดให้การสื่อสารและภาษาเป็นหัวใจแห่งการอยู่ร่วมกัน และทำให้สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ความจริงและความรู้จะถูกถ่ายทอดส่งต่อด้วยการสื่อสารรวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
“คำพูดหนึ่งเมื่อถูกถ่ายทอดแล้ว ก็จะสร้างให้เกิดคำพูดอื่นตามมา” คำพูด ภาษา คำอุปมาอุปไมยต่าง ๆไม่ได้มีความสำคัญแค่การสื่อสาร แต่ยังมีส่วนในการสร้างโลกอีกด้วย เปรียบเสมือนเป็นสื่อ หรือยานพาหนะที่ท้ายสุดแล้วจะนำไปสู่การสร้างอะไรบางอย่างให้เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง
พลังอำนาจแห่งภาษาไม่ได้สำคัญเฉพาะกับบุคคลเท่านั้น แต่ยังสำคัญต่อองค์กร ชุมชน สังคมโดยรวมอีกด้วย ภาษาและคำพูดทำให้เกิดการสื่อสารถึง ความจริง ความรู้สู่โลกภายนอก โดยมีสิ่งที่เรียกว่า สัมพันธภาพ เป็นพื้นฐานสำคัญแห่งการสื่อสาร
ภาษาและคำพูดเป็นสื่อสำคัญแห่งการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในองค์กร ผ่านรูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ อาทิเช่น Converation, Dialogue, Reflection, Story Telling เป็นต้น
หลักการข้อที่ 2 The Simultaneity Principle
หลักการข้อนี้ให้แนวคิดว่า ทันทีที่มีคำถามการเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเกิดขึ้น คำถามทำให้เราฉุกคิด ทำให้เราต้องหยุดคิด การเข้าใจคำถามและการตอบ(หรืออาจจะไม่ตอบ/ยังไม่ตอบ) ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องคิด สิ่งที่คิดสามารถจะมีอิทธิพลส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ตามมา
การให้ข้อมูลและความรู้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่การตั้งคำถามจะนำไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของบุคคล หรือองค์กรชุมชน และสังคม รวมทั้งยังนำไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจได้อีกด้วย
Albert Einstein ได้กล่าวไว้ว่า “If I had an hour to solve a problem and my life depended on the solution, I would spend the first 55 minutes determining the proper question to ask…… for once I know the proper question, I could solve the problem in less than five minutes.” คำพูดนี้ Einstein สะท้อนให้เห็นว่าถ้าหากมีปัญหาอะไรบางอย่างที่สำคัญเกิดขึ้น แล้วการแก้ไขเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิต ถ้าเขามีเวลา 1 ชั่วโมง เขาจะยอมใช้เวลาถึง 55 นาทีในการตั้งคำถามให้ถูก แล้วเมื่อมีคำถามที่ถูกต้องแล้ว เขาจะใช้เวลาแค่ไม่ถึง 5 นาทีในการแก้ปัญหานั้น ๆ
“ถามถูกต้อง มองถูกที่” ทำให้เรามองถูกทาง ถูกจุด ทำให้เราเกิดโฟกัสไปยังจุดที่ถูกต้อง การแก้ปัญหา การปรับปรุง สร้างสรรค์พัฒนาก็จะทำได้ถูกทางมากขึ้น
ผมจำได้ว่าเคยอ่าน Annual Reportปี 2003 ของ GE ที่ตั้ง 5 คำถาม แล้วหา 5 คำตอบที่จะทำให้ GE เติบโตได้ภายใต้โลกแห่งความไม่แน่นอน ยกตัวอย่างเช่น
ท่านจะเอาชนะภัยคุกคามที่เป็น Commodity Threat ได้อย่างไร คำถามนี้เป็นการกำหนดทิศทางของการเจริญเติบโตโดยการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไม่เช่นนั้นแล้วสินค้าก็จะกลายเป็นสินค้าที่ปราศจากความต่าง แล้วกำไรก็มีแต่หดลง
ท่านจะช่วยให้ลูกค้าทำเงิน และสร้างผลกำไรได้อย่างไร
ท่านนำการเปลี่ยนแปลง หรือวิ่งไล่ตามการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น
ถ้าสนใจลองประยุกต์ใช้ดูนะครับ
อ้างอิง
1.APPRECIATIVE INQUIRY Handbook by David L. Cooperrider, Ph.D.,Diana Whitney, Ph.D., and Jacqueline M. Stavros, EDM
2.Appreciative Inquiry: A Positive Revolution in Change,By David Cooperrider and Diana D. Whitney
3.The Power of Appreciative Inquiry: A Practical Guide to Positive Change,By Diana D. Whitney and Amanda Trosten-Bloom
4.GE Annual Report ปี 2003
เขียนโดย Sakchai T. 6 สิงหาคม 2566