Performance Management One Point Study
Appreciative Inquiry
Appreciative Inquiry (AI) หรือ สุนทรียสาธก เป็นกระบวนการในการศึกษา ค้นหาสืบหา สืบค้นร่วมกันเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดที่มีในตัวคน องค์กร หรือโลกที่อยู่รอบตัวเรา เป็นกระบวนการที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อค้นหาว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้องค์กร หรือสังคมสามารถประสบผลสำเร็จอย่างดีเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นแง่ของเศรษฐศาสตร์ ระบบนิเวศน์ หรือ ในแง่ของคน
Appreciative Inquiry เป็นกระบวนการที่เน้นการสอบถาม สืบค้น คิดค้น และสร้างสรรค์บนพื้นฐานของการมองบวก มากกว่าการมองลบ วิจารณ์ติเตียน หรือยกแต่ปัญหาขึ้นมาพูดจนทำให้เกิดความตึงเครียด ผู้คนต้องคอยปกป้องตนเองมากกว่าที่จะมุ่งเน้นไปที่ภารกิจหลักที่มีต่องานและองค์กร Appreciative Inquiry จึงเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนองค์กรหรือหน่วยงานโดยมองจากจุดแข็ง ศักยภาพ และความสำเร็จที่ผ่านมาหรือกำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน
Appreciative เป็นคำคุณศัพท์ ส่วนกริยาคือ Appreciate
คำว่า Appreciative (อ่านว่า อะพรี'ชีเอทิฟว) นั้น Longdo Dictionary ให้ความหมายว่า รู้สึกขอบคุณ,เห็นคุณค่า,สามารถเห็นคุณค่าหรือขอบคุณได้ เป็นการรับรู้ หรือมองเห็นคุณค่าของสิ่งดี ๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นอดีตที่ผ่านมาหรือในปัจจุบัน
ส่วนคำว่า Inquiry นั้น Longdo Dictionary ให้ความหมายว่า การถาม,การสืบสวน,การสอบสวน,การไต่สวน
เมื่อรวมคำแล้ว Appreciative Inquiry จึงเป็นการสอบถาม สืบค้น ค้นหารายละเอียดต่าง ๆโดยมองจากมุมบวกว่า อะไรคือสิ่งดี ๆที่เราเคยทำสำเร็จ อะไรคือสิ่งดีที่มีอยู่ในองค์กรหรือสังคม อะไรคือสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด อะไรคือศักยภาพที่มีอยู่
โดยทั่วไปแล้วในการพัฒนาองค์กรเรามักจะเริ่มต้นจากการค้นหาปัญหา หรือตั้งโจทย์ปัญหาขึ้นมาแล้วดูว่าจะแก้ปัญหา หรือโจทย์ปัญหานั้น ๆอย่างไร กรณีที่เป็นปัญหาก็ต้องทำการวิเคราะห์เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อให้แก้ได้อย่างตรงจุดและได้ผล โดยเน้น “Why” เป็นหลัก ส่วนกรณีของโจทย์ปัญหาก็ต้องค้นหาแนวทางที่จะทำให้สามารถคิดค้น พัฒนาวิธีการอย่างเป็นรูปธรรมที่จะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามความคาดหวัง การแก้โจทย์ปัญหามักจะเน้นคำว่า “How” เป็นหลัก วิธีการต่าง ๆที่กล่าวมา ถามว่ายังใช้ได้อยู่หรือไม่
คำตอบคือ ยังใช้ได้อยู่ครับ และก็ใช้ได้ดีในสถานการณ์จำนวนมาก
แต่ในหลาย ๆกรณีจะพบว่าวิธีการของ Appreciative Inquiry จะทำให้ได้ผลที่ดีกว่า และราบรื่นกว่า โดยเฉพาะกรณีที่จะทำการปรับเปลี่ยนพัฒนาองค์กร หรือบุคลากรในลักษณะที่เป็น Transformational Change รวมถึงการนำไปใช้ในการทำ Strategic Planning ทั้งนี้เนื่องจากกระบวนการของ Appreciative Inquiry ไม่ได้เริ่มจากมุมมองที่เป็นลบ หรือพูดแต่ปัญหา แต่เริ่มจากการมองมุมบวก มองไปที่ความสำเร็จที่ทุกคนมีส่วนสร้างและทำให้เกิดขึ้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคนมีพลังบวก มองบวก คิดบวก แล้วจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการในการคิดค้นหาความฝันเป้าหมายร่วมกัน รวมถึงออกแบบวิธีการที่จะทำให้สำเร็จต่อไป
นอกจากนั้นแล้วแนวทางของ Appreciative Inquiry ยังมีลักษณะของการถอดรหัส(Decoding) เพื่อดูว่า ความสำเร็จเกิดได้อย่างไร อะไรเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ แล้วจะนำมาเป็นแนวทางในการกำหนดความฝันหรืออนาคตที่อยากให้เกิด จากนั้นก็จะออกแบบ สร้างแบบจำลองหรือมาตรฐานเพื่อนำไปลงมือปฏิบัติต่อไป ในหลาย ๆกรณีเราสามารถหยิบยกจุดสูงสุดที่เคยทำได้มาวิเคราะห์ แล้วใช้ข้อมูลที่ได้มาเป็นฐานในการพัฒนาปรับปรุงต่อไป
แน่นอนว่าถ้าจะทำให้สำเร็จ การมองบวกอย่างเดียวก็อาจไม่พอ เพราะท้ายที่สุดแล้วปัญหาที่เคยมีมา หรือกำลังจะเกิดขึ้นก็ต้องถูกนำมาพูดและแก้ไขอยู่ดี แต่ในกระบวนการของ Appreciative Inquiry ทุกคนจะเรียนรู้และมีพื้นฐานความคิด และอารมณ์ร่วมกันว่า “กระบวนการนำเสนอควรเป็นมุมบวกแม้ว่าจะเป็นเรื่องลบ” ดังตัวอย่างที่เราเคยได้ยินมาบ่อย ๆเกี่ยวกับการมองแก้วซึ่งมีน้ำอยู่ครึ่งแก้วว่า เราจะมองแบบ “น้ำเหลือแค่ครึ่งแก้ว” หรือ “น้ำยังเหลืออยู่อีกตั้งครึ่งแก้ว”
Appreciative Inquiry มีหลักการพื้นฐานอยู่ 5 ข้อหลักคือ
1.Constructionist Principle
2.Simultaneity Principle
3.Poetic Principle
4.Anticipatory Principle
5.Positive Principle
ซึ่งจะกล่าวใน Blog ต่อไปของ Appreciative Inquiry
อ้างอิง
1.APPRECIATIVE INQUIRY Handbook by David L. Cooperrider, Ph.D.,Diana Whitney, Ph.D., and Jacqueline M. Stavros, EDM
2.Appreciative Inquiry: A Positive Revolution in Change,By David Cooperrider and Diana D. Whitney
3.The Power of Appreciative Inquiry: A Practical Guide to Positive Change,By Diana D. Whitney and Amanda Trosten-Bloom
เขียนโดย Sakchai T. 5 สิงหาคม 2566