• พลังที่ยิ่งใหญ่มาจาก
    การมีเป้าหมายร่วมกัน
    และลงมือทำอย่างจริงจัง
    Performance Management

Performance Management One Point Study


Back to Basics



พื้นฐานเปรียบเสมือนฐานรากของอาคาร หากแข็งแรงก็สามารถรองรับน้ำหนักของอาคารโดยรวมและสามารถจะต่อเติมได้ตามความแข็งแรงของโครงสร้างที่ออกแบบเผื่อไว้ พื้นฐานที่ดีจะทำให้การดำรงชีวิต การทำงาน เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น สามารถรับมือ แก้ปัญหาอุปสรรคได้อย่างมีระบบ และมีหลักการรองรับอย่างเหมาะสมยืดหยุ่น รวมทั้งยังทำให้การต่อยอด เติมเต็มทำได้ง่ายและได้ผลมากยิ่งขึ้น

หากเปรียบพื้นฐานเหมือนฐานราก ก็ชวนให้ต้องคิดว่า ถ้าอย่างนั้น ถ้าอยากให้ตนเองมี “พื้นฐาน” ที่ดีและแข็งแรง ก็ต้องมีการออกแบบด้วยใช่หรือไม่

คำตอบคือ ใช่ครับ

ความจริงแล้วชีวิตเราถูกออกแบบโดยครอบครัว สังคมและระบบการศึกษามาระยะหนึ่งโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่เมื่อผ่านไปช่วงหนึ่งเราควรจะย้อนกลับมาสู่คำถามพื้นฐานอย่างหนึ่งคือ ชีวิตเราออกแบบเองได้หรือไม่ พื้นฐานที่เรามีอยู่ในแง่ของ ความคิด ความรู้ หลักการ มีเพียงพอที่เราจะสร้างอนาคตและชีวิตของเราขึ้นมาตามความต้องการของเราหรือไม่ ทรัพยากรและข้อจำกัดที่มีอยู่ใช่อุปสรรคที่แท้จริงของความสำเร็จหรือไม่

พื้นฐานที่ดีมีผลต่อความสำเร็จของเราในด้านต่าง ๆ เช่น ความสำเร็จในด้านของอาชีพการงาน ความสำเร็จในการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ความสามารถในการพัฒนาและบริหารตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีคิดและพฤติกรรมส่วนตัว ความสำเร็จที่มีต่อครอบครัว เป็นต้น



ในมิติของการพัฒนาตนเอง พื้นฐานที่ถูกต้องจะทำให้เราสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างรวดเร็ว มั่นคงและได้ผล ยกตัวอย่างเช่น การเรียนภาษา โดยประสบการณ์แล้วผมชอบการเรียนภาษามาก ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจมุ่งเน้นไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยเริ่มจากพื้นฐานทีละก้าวคือ เริ่มจากการเรียนไวยากรณ์ เรียนรู้คำศัพท์ ท่องศัพท์บ่อย ๆ รวมทั้งฝึกฝนการฟังควบคู่ไปกับการพูดอ่าน และมีความอดทน ศึกษาอย่างต่อเนื่อง ท้ายที่สุด ผ่านไป 10 ปี ก็ทำให้สามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้ในการปฏิบัติงานจริง ไวยากรณ์และคำศัพท์ทำให้เราสามารถสร้างประโยคได้อย่างไม่จำกัด พูดออกมาได้ตามต้องการโดยไม่ติดขัด พูดได้อย่างใจคิดโดยไม่ต้องคิดแปลจากไทยเป็นญี่ปุ่นก่อนพูด ส่วนทักษะการฟังที่ต้องใช้เวลาฝึกฝนก็จะทำให้เราสื่อสารได้ดียิ่ง ๆ ขึ้น เมื่อถึงจุดหนึ่งเราก็จะพบว่าภาษาใหม่ก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไป….ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ต้องอดทนในการสร้างพื้นฐาน และก็เป็นสิ่งที่ทุกท่านสามารถทำได้เช่นกัน

ในแง่ของการเรียนรู้ระบบ กระบวนการและเครื่องมือใหม่ ๆและนำไปใช้ในองค์กรอย่างได้ผลก็เช่นกัน การให้ความสำคัญต่อพื้นฐานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก พื้นฐานนอกจะทำให้รู้ What แล้ว ก็ยังทำให้รู้ Why และสามารถสร้างพัฒนา How ที่เหมาะสมกับองค์กรขึ้นมาอีกด้วย

หลายท่านอาจมองว่า พื้นฐาน หมายถึง กอ ไก่ ขอ ไข่ เป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ ง่ายไปสำหรับตนเอง หรือถูกมองข้ามไป แต่ความเป็นจริงแล้วพื้นฐาน ไม่ได้หมายถึงความง่าย หรือไม่ซับซ้อน

ยกตัวอย่างเช่น NHK ได้ถ่ายทำสารคดีเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับ Golden Fried Rice หรือข้าวผัดที่มีสีเหลืองอร่ามเหมือนทองคำ และนำการสาธิตโดย Mr.Hikoaki Tan คำถามคือ ทำไมข้าวที่ผัดออกมาจึงมีสีเหลืองทองคำน่ากิน ผิวนอกมีชั้นความกรอบบางๆนุ่มใน การสาธิตดังกล่าว และคำอธิบายถึงหลักการ กลไกเกี่ยวกับปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard Reaction) ทำให้เรารู้ว่า Maillard Reaction มีผลอย่างไรต่อสีที่เกิดขึ้นของข้าวผัด ความเข้าใจในพื้นฐานดังกล่าวนี้จะทำให้เรารู้ว่าทำไมต้องผัดข้าวแบบนั้น แล้วถ้าจะให้ได้ผลลัพธ์เดียวกันอย่างต่อเนื่องจะต้องทำอย่างไร

ตัวอย่างอีกเรื่องที่ทำให้เห็นว่า “พื้นฐาน” มีความสำคัญคือการใช้ Why Why Analysis ในการทำ Root Cause Analysis ถ้าหากเรามีพื้นฐานของ Theory และ Principle ที่แข็งแรงก็จะทำให้การวิเคราะห์หาสาเหตุรากเป็นไปได้อย่างถูกต้องและได้ผล

ในชีวิตการทำงานเราจะพบว่า พื้นฐานที่สำคัญและจำเป็นยังมีอีกมากมายหลายเรื่อง ผมคิดว่าไม่มีอะไรที่สายเกินเรียน ช้าเกินแก้ ถ้าหากเราเห็นความสำคัญของพื้นฐาน เราก็สามารถที่จะ Unlearn/Relearn, Reset แล้ว Restart ได้เสมอครับ พื้นฐานแน่น บวกกับการหมั่นประยุกต์ใช้ ฝึกฝน ลงมือทำ ท้ายสุดเราก็จะค่อย ๆพัฒนาตนเองจนเป็นคนเก่งขึ้นมาได้ในท้ายที่สุด



เขียนโดย Sakchai T. 1 สิงหาคม 2566